โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 ครบทั้ง 104 นัด! อังกฤษ-สกอตแลนด์เจองานหนัก เปิดตารางแข่งขันแบบวันต่อวัน

โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 เปิดครบทุกแมตช์
ศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจัดขึ้นร่วมกันโดย สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ถือเป็นครั้งแรกที่มีการขยายทีมเป็น 48 ชาติ ส่งผลให้จำนวนการแข่งขันเพิ่มขึ้นเป็น 104 นัด มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
การแข่งขันเริ่มต้นวันที่ 11 มิถุนายน 2026 และปิดฉากด้วยนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 19 กรกฎาคม 2026 โดยมีการเพิ่มรอบ 32 ทีมสุดท้าย เข้ามาในรูปแบบใหม่ ทำให้แฟนบอลได้ชมเกมระดับโลกมากกว่าที่เคย
กำหนดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026
- รอบแบ่งกลุ่ม : 11 – 27 มิถุนายน 2026
- รอบ 32 ทีมสุดท้าย : 28 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2026
- รอบ 16 ทีมสุดท้าย : 4 – 7 กรกฎาคม 2026
- รอบก่อนรองชนะเลิศ : 9 – 11 กรกฎาคม 2026
- รอบรองชนะเลิศ : 14 – 15 กรกฎาคม 2026
- ชิงอันดับ 3 : 18 กรกฎาคม 2026
- รอบชิงชนะเลิศ : 19 กรกฎาคม 2026
การแข่งขันทั้งหมดรวม 104 นัด ซึ่งมากกว่ารูปแบบเดิมที่มี 64 นัดอย่างชัดเจน และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ FIFA

โปรแกรมของทีมชาติอังกฤษ
ทีมชาติอังกฤษอยู่ใน กลุ่ม L ร่วมกับ โครเอเชีย, กานา และปานามา โดยมีโปรแกรมดังนี้
- 17 มิถุนายน : อังกฤษ พบ โครเอเชีย
- 23 มิถุนายน : อังกฤษ พบ กานา
- 27 มิถุนายน : ปานามา พบ อังกฤษ
หากจบอันดับ 1 ของกลุ่ม อังกฤษจะเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ในสายที่อาจพบกับทีมอันดับสามจากหลายกลุ่ม ก่อนมีโอกาสดวล เม็กซิโก, บราซิล และอาร์เจนตินา หากผ่านเข้าสู่รอบลึกตามเส้นทางที่คาดการณ์ไว้

โปรแกรมของทีมชาติสกอตแลนด์
สกอตแลนด์ถูกจับสลากอยู่ใน กลุ่ม C ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด โดยมีคู่แข่งอย่าง บราซิล, โมร็อกโก และเฮติ
โปรแกรมรอบแบ่งกลุ่มประกอบด้วย
- 14 มิถุนายน : สกอตแลนด์ พบ เฮติ
- 19 มิถุนายน : สกอตแลนด์ พบ โมร็อกโก
- 24 มิถุนายน : สกอตแลนด์ พบ บราซิล
การพบกับบราซิลในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มอาจเป็นเกมชี้ชะตาการผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

ไฮไลต์ที่น่าจับตามอง
- ฟุตบอลโลกครั้งแรกที่มี 48 ทีม
- แข่งขันรวมทั้งหมด 104 นัด
- ใช้สนามแข่งขันใน 3 ประเทศเจ้าภาพ
- มีรอบ 32 ทีมสุดท้ายเพิ่มเข้ามา
- นัดเปิดสนามจัดที่เม็กซิโก ซิตี้
- นัดชิงชนะเลิศจัดที่สนามเมตไลฟ์ สเตเดียม ในนิวยอร์ก/นิวเจอร์ซีย์
ทำไมบอลโลก 2026 ถึงน่าสนใจเป็นพิเศษ
นอกจากการเพิ่มจำนวนทีมและการแข่งขันแล้ว ฟุตบอลโลกครั้งนี้ยังอาจเป็นเวทีสุดท้ายของนักเตะระดับตำนานหลายคน รวมถึงการเปิดโอกาสให้ทีมจากหลายทวีปได้สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลกมากขึ้น
แฟนบอลทั่วโลกจึงเตรียมติดตามมหกรรมลูกหนังครั้งใหญ่ที่สุดตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือน ที่จะมีการแข่งขันตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศรวมทั้งสิ้น 104 เกม พร้อมลุ้นว่าใครจะก้าวขึ้นครองแชมป์โลกปี 2026 ได้สำเร็จ











