เผยความจริง! โคล พาลเมอร์ กับ แมนยู: เมื่อทีมรักวัยเด็กสวนทาง กับ สัญญาแตะต้องไม่ได้ที่ เชลซี !
ท่ามกลางมรสุมฟอร์มการเล่นของ เชลซี ที่ยังไม่ฟื้นตัว กระแสข่าวลือที่สั่นสะเทือนถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ มากที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้นอนาคตของ โคล พาลเมอร์ ดาวเตะเบอร์หนึ่งของทีมที่มีข่าวพัวพันกับสโมสรในฝันวัยเด็กอย่าง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วันนี้เราจะมาเจาะลึกความจริงจากรายงานล่าสุดของ Daily Mail

ข่าวลือหนาหู: พาลเมอร์ แอบปันใจให้ปีศาจแดง?
รายงานจากช่วง Confidential ของ Daily Mail ระบุว่า แหล่งข่าวภายนอกสโมสรเริ่มมีการพูดถึงความเป็นไปได้ที่ โคล พาลเมอร์ อาจพิจารณาย้ายออกจากทีมเพื่อไปร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรที่เขาให้การสนับสนุนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก สาเหตุหลักมาจากความผิดหวังในผลงานของทีมล่าสุดที่พ่ายให้กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-3 รวมถึงฟอร์มส่วนตัวที่ตกลงไปอย่างน่าใจหาย โดยในฤดูกาลนี้เขาทำประตูจากการเล่นโอเพ่นเพลย์ได้เพียง 4 ประตูเท่านั้น ทำให้เริ่มมีคำถามถึงความสุขของเจ้าตัวในลอนดอน
คำตอบจากสิงห์บลู: สถานะ Untouchable ที่ห้ามใครแตะ!
อย่างไรก็ตาม วงในของสโมสร สิงโตน้ำเงินครามได้ออกมาตอกกลับข่าวลือนี้อย่างทันควัน โดยยืนยันว่าพาลเมอร์คือผู้เล่นระดับ Untouchable หรือ ผู้เล่นที่แตะต้องไม่ได้ และ ทางสโมสรจะปฏิเสธทุกข้อเสนอที่ยื่นเข้ามาในช่วงซัมเมอร์นี้
ด้วยสัญญายาวจนถึงปี 2033 และ บทบาทแกนหลักในการสร้างทีมใหม่ สิงห์บลูมั่นใจว่าพาลเมอร์ยังคงมีความสุขดี และ พร้อมจะเติบโตไปกับสโมสร แม้ว่าสถานการณ์การลุ้นไปเล่นแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลหน้าจะดูเป็นเรื่องยากลำบากก็ตาม

มุมมองจากตัวนักเตะและการลุ้นตั๋วบอลโลก
แม้จะเติบโตมาจากอะคาเดมี่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ มีหัวใจเป็นเรดเดวิลส์ แต่พาลเมอร์เคยให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่าเขายังไม่มีแผนที่จะย้ายออกจากถิ่น เดอะ บริด เป้าหมายสูงสุดของเขาในตอนนี้คือการเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมา เพื่อรักษาสถานะตัวจริงในทีมชาติอังกฤษภายใต้การคุมทีมของ โธมัส ทูเคิล สำหรับสู้ศึกฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง
เพ

สถิติที่พิสูจน์ว่าทำไม เชลซี ถึงยอมตายก็ขายไม่ได้
หากขาดพาลเมอร์ไป ทีมอาจจะจมดิ่งกว่าที่เป็นอยู่ สถิติในฤดูกาลที่ผ่านมาบ่งบอกทุกอย่าง:
-
Involvement Rate: เขามีส่วนร่วมกับประตูของทีมมากกว่า 40% (ทั้งยิงและจ่าย)
-
The Big Game Player: พาลเมอร์มักจะทำประตูได้ในเกมสำคัญกับทีม Big 6 เสมอ
-
สัญญาฉบับประวัติศาสตร์: สัญญาที่ยาวไปถึงปี 2033 ไม่ได้มีไว้แค่กันท่า แต่มีการปรับฐานเงินเดือนขึ้นตามผลงาน (Incentive-based) ซึ่งทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ได้รับค่าจ้างสูงอันดับต้นๆ ของสโมสร

บทสรุป
บทพิสูจน์ความภักดีของพาลเมอร์จะอยู่ที่ผลงานในสนามช่วงท้ายฤดูกาล แม้แมนยูจะเป็นทีมในฝัน แต่ด้วยสัญญาฉบับยาวและความไว้วางใจจากบอร์ดบริหาร การย้ายทีมครั้งนี้จึงอาจเป็นเพียงแค่ ข่าวลือ ที่ยังห่างไกลจากความเป็นจริง











