แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดฉากเจรจา “ไมเคิล คาร์ริค” ขยายสัญญาคุมทัพถาวร หลังโชว์ฟอร์มพาทีมลุยยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

ไมเคิล คาร์ริค

แมนยูฯ เปิดฉากเจรจา “ไมเคิล คาร์ริค” จ่อขยายสัญญาคุมทัพถาวรหลังผลงานเข้าตา

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวใหญ่หลังเริ่มกระบวนการเจรจากับ ไมเคิล คาร์ริค เพื่อรั้งตัวให้นั่งเก้าอี้เฮดโค้ชต่อไปในระยะยาว หลังเจ้าตัวทำผลงานสุดเซอร์ไพรส์พาทีมเก็บชัยชนะเหนือทีมยักษ์ใหญ่และคว้าตั๋วไปลุยศึกยุโรปได้สำเร็จ

ไฮไลท์สำคัญ:

  • การเจรจาคืบหน้า: บอร์ดบริหาร “ปีศาจแดง” นำโดย เจสัน วิลค็อกซ์ และ โอมาร์ เบอร์ราด้า เชื่อมั่นว่าคาร์ริคคือคนที่ใช่

  • สถิติสุดหรู: คุมทีม 15 นัด ชนะถึง 10 นัด รวมถึงการปราบทีมใหญ่อย่าง แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และเชลซี

  • เป้าหมายหลัก: สโมสรต้องการความชัดเจนก่อนเกมพบ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในวันอาทิตย์นี้

คุนญ่ายิงแล้ว! แมนยูเปิดบ้านอัดไบรท์ตัน 4-2 เกาะกลุ่มท็อปโฟร์


เนื้อหาข่าวโดยละเอียด

รายงานจาก Sky Sports ระบุว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เริ่มต้นการเจรจากับ  คาร์ริค อย่างเป็นทางการ เพื่อขยายเวลาการดำรงตำแหน่งเฮดโค้ชออกไปเกินกว่าสิ้นสุดฤดูกาลนี้ แม้ว่ารายละเอียดด้านกฎหมายและข้อสัญญาจะยังไม่เสร็จสิ้นทั้งหมด แต่คาดว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ก่อนเกมนัดสำคัญที่จะพบกับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในวันอาทิตย์ที่กำลังจะถึงนี้

ทำไมบอร์ดบริหารต้องเลือกคาร์ริค?

เจสัน วิลค็อกซ์ (ผู้อำนวยการฟุตบอล) และ โอมาร์ เบอร์ราด้า (ซีอีโอ) ต่างประทับใจในผลงานของอดีตมิดฟิลด์ระดับตำนานรายนี้เป็นอย่างมาก หลังจากที่เขาก้าวเข้ามารับงานในช่วงวิกฤตและสามารถพาทีมชนะได้ถึง 10 จาก 15 นัดที่ลงคุมทีม ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการเก็บชัยชนะเหนือทีม “Big 6” ได้เกือบครบถ้วน ส่งผลให้ทีมการันตีพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ

นอกจากเรื่องผลการแข่งขัน คาร์ริคยังได้รับคำชมในด้านอื่นๆ ดังนี้:

  1. การจัดการภายในห้องแต่งตัว: เขาสามารถซื้อใจเหล่านักเตะในทีมได้ และได้รับความเคารพอย่างสูง

  2. การปั้นดาวรุ่ง: เขามีส่วนสำคัญในการผลักดัน ค็อบบี้ เมนู จนมีชื่อเข้าชิงรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม

  3. ความเข้าใจในวัฒนธรรมสโมสร: ในฐานะศิษย์เก่าที่อยู่กับทีมมานาน เขารู้ดีว่าความคาดหวังและประวัติศาสตร์ของสโมสรแห่งนี้คืออะไร

มุมมองจาก: แกรี่ เนวิลล์ และพอล เมอร์สัน

แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของทีม ให้ความเห็นว่าคาร์ริคอยู่ใน “ตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุด” (Pole Position) สำหรับตำแหน่งนี้ เพราะเขานำความมั่นคงมาสู่สโมสรที่ขาดหายไปนานหลายปี อย่างไรก็ตาม เนวิลล์ยังตั้งข้อสังเกตว่าความท้าทายที่แท้จริงจะอยู่ในฤดูกาลหน้า ซึ่งทีมต้องลงเล่นถึง 55-60 นัดรวมฟุตบอลยุโรป ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ประสบการณ์ของคาร์ริคอย่างแท้จริง

แมนยู" แซงชนะ "พาเลซ" ที่เหลือ 10 คน 2-1 ผงาดขึ้นที่ 3 พรีเมียร์ลีก -  สยามรัฐ


BY: DRAKEBETBATH